RSS

หนังสือเปลี่ยนชีวิต

หนังสือเปลี่ยนชีวิต 

ปีนั้นเป็นปี 2504 ผมเรียนแค่ชั้นประถมห้า ผลการเรียนแย่มาก แต่ผมก็ไม่ประสาพอจะใส่ใจกับเรื่องนี้ พ่อจากเราไปนานแล้ว ผมกับพี่ชายอยู่ในบ้านซอมซ่อ ในระแวกที่เรียกได้ว่าไม่ค่อยจะโสภาเท่าไร แม้บ้านราจะคับแคบและแทบไม่มีเครื่องเรือน แต่ก็สะอาดและมีอาหารพร้อมอยู่บนโต๊ะเสมอ ด้วยความเป็นเด็ก เรารู้เพียงผิวเผินถึงความยากลำบากของแม่ที่ต้องจัดการเรื่องต่างๆ ในบ้านพร้อมกับรับจ้างทำงานบ้านอีกสามแห่ง ชีวิตเราสองคนพี่น้องเรียบง่าย วันๆ ก็ไปแค่โรงเรียน เล่นฟุตบอลและบาสเกตบอล หลังเลิกเรียนก็แอบสอยผลไม้เล็กๆ น้อยๆ ตามสวนของเพื่อนบ้านและ ไล่ยิงหนูด้วยปืนอัดลมบ้างพอตกค่ำเราทั้งคู่ก็กลับบ้านไปเกลือกกลิ้งอยู่บน เตียงแม่และจับจ้องที่จอโทรทัศน์เป็นชั่วโมงๆ เราจำเวลาของสถานีและรายการต่างๆ ได้ขึ้นใจจนไม่ต้องดูผังรายการ

แต่แล้ววันหนึ่งแม่ก็เปลี่ยนโลกของเราไปตลอด กาล เมื่อท่านปิดโทรทัศน์ เนื่องจากผลการเรียนของผมตกต่ำ ถึงแม่จะเรียนแค่ชั้นประถมสาม แต่ก็ฉลาดและมีสติปัญญากว่าเราสองพี่น้องในตอนนั้นเสียอีกแม่สังเกตว่าบ้าน แถบชานเมืองที่ไม่ทำความสะอาดเต็มไปด้วยหนังสือ พอกลับบ้านท่านจัดแจงปิดโทรทัศน์ทันที แล้วบอกให้เรานั่งลงพร้อมกับอธิบายว่าเราจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อตนเอง

” ลูกจะต้องอ่านหนังสือสัปดาห์ละสองเล่ม” แม่บอก ” แล้วเขียนรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านส่งแม่ด้วย” เราโอดครวญสารพัด บอกว่าเพื่อนๆ ยังดูโทรทัศน์ได้เลย พร้อมทั้งคิดว่าอีกไม่กี่วัน แม่คงลืมความคิดนี้ โดยเฉพาะบ้านเราไม่มีหนังสือสักเล่มนอกจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ของแม่

แต่แม่อธิบายว่าเราต้องไปหาหนังสือ “แม่จะขับรถพาลูกไปห้องสมุด” แล้วผมกับพี่ก็เข้าไปนั่งหน้าบึ้งอยู่ในรถคันเก่าของแม่ เพื่อไปห้องสมุดประชาชน ผมเดินไปตามชั้นหนังสือเด็กอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ผมรักสัตว์ ดังนั้นเมื่อเห็นหนังสือที่มีเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ผมก็จะพลิกดูผ่านๆ

เล่มแรกที่ผมอ่านจบเป็นหนังสือเกี่ยวกับตัวบี เวอร์ การดำเนินชีวิตและการสร้างเขื่อนของมัน นับเป็นครั้งแรกที่ผมหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกตัวหนังสือ ผมไปไกลจากสิ่งรอบข้างสู่ลำธารเย็นฉ่ำในป่า ซึ่งมีตัวบีเวอร์กำลังสร้างบ้านอยู่ที่ไม่มีตัวโทรทัศน์ใดทำได้

ตอนนั้น ผมยังไม่เข้าใจนัก แต่ประสบการณ์ที่ได้ค่อนข้างต่างจากการดูโทรทัศน์ ภาพต่างๆ ก่อตัว ขึ้นในความคิดแทนที่จะผ่านเข้ามาสู่สายตา พลิกหน้ากระดาษผมก็สามารถกลับไปอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกได้

ผมเฝ้ารอการไปเยี่ยมดินแดนอับสงบเงียบอีก ครั้ง ผมได้อ่านเรื่องไดโนเสาร์และรับรู้ถึงความแตกต่าง ระหว่างสัตว์เลื้อยคลานกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่สำคัญกว่านั้น ผมพบว่าตัวเองไม่ได้แค่ชอบอ่านหนังสือ แต่ยังสามารถรับรู้ข้อมูลผ่านตัวหนังสือได้มากและเร็วกว่าที่เคยได้จากการ ฟังเสียงหรือดูภาพทางโทรทัศน์

ผมเปลี่ยนจากเรื่องสัตว์ไปอ่านเรื่องต้นไม้ พออ่านหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ทุกเล่มที่เจอ อย่างกระหายจนหมด ก็หันไปอ่านเรื่องหิน ผมเดินทอดน่องไปตามทางรถไฟ เพื่อเก็บก้อนหินใส่กล่องลากกลับบ้าน และพยายามจำแนกประเภทโดยอาศัยหนังสือธรณีวิทยา

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในปกหนังสือคือ โลกทั้งโลก ซึ่งผมสามารถท่องทุกหนทุกแห่งโดยผ่านโลกนั้น สิ่งประหลาดอีกอย่างที่เกิดขึ้นคือผมเริ่มเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น

ครูก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของผมเช่นกัน เมื่อมาถึงจุดที่ผมไม่สามารถอดใจรอกลับไปอ่านหนังสือที่บ้านได้ ผมกับพี่ก็ไม่รอจนแม่เลิกงานแล้วพาเราไปที่ห้องสมุด แต่หาทางลัดเลาะไปด้วยตัวเองเราเดินไปตามรางรถไฟ บางทีก็แอบขึ้นรถไฟที่วิ่งช้าๆ ไปจนใกล้จะถึงจุดหมาย จากนั้นก็กระโดดลงและตะกายขึ้นเนินไปยังห้องสมุด

ในที่สุด แม่ก็ผ่อนผันห้ามดูโทรทัศน์ เราดูโทรทัศน์ได้สัปดาห์ละสองสามชั่วโมง แต่นั้นไม่ใช่โลกของเราอีกต่อไป หากเป็นเพียงการพักผ่อนหย่อนใจชั่วครั้งชั่วคราว หนึ่งปีให้หลังเราถึงรู้ว่าแม่ไม่รู้หนังสือ และอ่านไม่ออกแม้แต่รายงานที่เรารีบเขียนส่งท่านทุกสัปดาห์ แต่ท้ายสุด แม่กลับอ่านหนังสือออกและได้ประกาศนียบัตรการศึกษาทั่วไปอีกด้วย

ปัจจุบัน พี่ชายผมเป็นวิศวกร ส่วนผมเป็นหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ประสาทสำหรับเด็กของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ บางครั้งผมยังไม่อยากเชื่อในเส้นทางชีวิตของตัวเอง จากเด็กที่เรียนไม่ดีและไม่มีอะไรเด่นมาเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัยเยล นักศึกษามหาวิทยาลัยแพทย์มิชิแกน และขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งทำให้ผมมีโอกาสเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสอนและทำการผ่าตัดครั้งสำคัญๆ

แต่ผมรู้ว่า การเดินทางบนถนนสายนี้เริ่มต้นเมื่อใด ก็วันที่แม่ปิดโทรทัศน์แล้วขับรถไปส่งเราที่ห้องสมุดนั้นเอง

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: